แปลไทยแบบกันเอง : Foster The People – Ruby
Foster The People – Ruby
ชอบเพลงของวงนี้มาได้สักพักใหญ่ๆแล้ว
ฟังอยู่ทุกวันแต่ไม่ได้แปลลงบล็อกซะที เพลงอื่นที่แปลตุนๆไว้ก็มีนะคะ แต่ติดสอบ
ทำงาน แล้วก็stardew valley เลยไม่เป็นอันได้ทำอะไรเลย 55555
แต่เพลงนี้ฟังแล้วแบบ โอ๊ยยยยย ไม่ลงไม่ได้ ชอบมาก
ความหมายหม่นๆอิงชีวิตจริงของใครหลายคน ทำนองที่ฟังแล้วติดหู ทึมๆ เนิบๆ
เหมือนกำลังเดินรำเพลงจังหวะช้าๆในโมเม้นเศร้าๆ ยิ่งฟังยิ่งติดอ่ะ >0<
เอาเป็นว่าลองไปดูกันนะคะ แล้วก็มาฟังซ้ำๆสักสองสามรอบ
น่าจะวนลูปอยู่ในหัวกันบ้างล่ะ
And
there she goes
She
was sitting really nice with her head full of advice from friends
She
walks around
She
tries to rearrange but everything goes under her bed
เธอเอาอีกแล้ว
เธอนั่งอย่างสง่างาม
ในหัวเต็มไปด้วยคำแนะนำมากมายจากเพื่อนๆ
เธอเดินไปรอบๆ
เธอพยายามจะเปลี่ยนแปลง
แต่กลับกลายเป็นการซ่อนทุกอย่างเอาไว้
And
it's countless
She's
got a jar full of change saved up for vacation
And
she's watching
She's
watching her sons growing up just like their mom
นั่นมันมากเหลือเกิน
เธอมีโหลที่เต็มไปด้วยเศษเงิน
ออมไว้สำหรับไปเที่ยวพักผ่อน
และเธอก็มอง
เธอมองดูลูกชายเติบโตขึ้นเป็นเหมือนอย่างแม่ของเขา
And
it's hard for her
And
I said Ruby, Ruby, Ruby
Gotta
start lifting your head up, head up, head up
And
I said Ruby, Ruby, Ruby
I
know it's hard but you gotta get outta bed, outta bed, outta bed
มันช่างยากเหลือเกินสำหรับเธอ
และฉันจึงเอ่ยว่า
ที่รัก ที่รัก โอ้ที่รัก
เธอต้องเริ่มเงยหน้าขึ้น
เงยหน้าขึ้น เงยขึ้นมา
และฉันจึงเอ่ยว่า
ที่รัก ที่รัก โอ้ที่รัก
ฉันรู้ว่ามันยากแต่เธอต้องลุกขึ้นจากเตียงอันแสนสบายนั้นได้แล้วนะ
ออกมา ออกมาเถอะ
Yeah
she don't know what to do
She's
got everything and nothing to lose
She
got a call from a guy just seeing if she's alright
Yeah
เธอไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร
เธอมีทุกอย่าง
แต่ไม่ใช่สำหรับที่จะเสียไป
เธอรับสายชายคนหนึ่งที่อยากจะพบเธอเพื่อให้แน่ใจว่าเธอสบายดี
She's
got a fistful of tears held back by the strength of five
And
she says, "Happiness ain't free
Everybody
fights just like me
But
I've given up the ability to retreat"
น้ำตาที่ท่วมฝ่ามือถูกปกปิดไว้ด้วยความแข็งแกร่งของมือเธอนั้น
แล้วเธอก็พูดว่า
“ความสุขไม่ใช่ของฟรี
ทุกๆคนก็ต้องดิ้นรนเหมือนกันกับฉัน
แต่ฉันยอมแพ้ที่จะปล่อยมันไป”
And
I said Ruby, Ruby, Ruby
You
gotta start lifting your head up, head up, head up
And
I said Ruby, Ruby, Ruby
I
know it's hard but you gotta get outta bed, outta bed, outta bed
และฉันก็พูดว่า ที่รัก ที่รัก โอ้ที่รัก
เธอต้องเริ่มเงยหน้าขึ้นมาได้แล้วนะ
เงยหน้าขึ้นมา เงยหน้าขึ้นมาเถอะ
ฉันบอกว่า
ที่รัก ที่รัก โอ้ที่รัก
ฉันรู้ว่ามันยาก
แค่เธอต้องลุกออกจากเตียงได้แล้วนะ ลุกขึ้นมา ลุกขึ้น
Yeah
she don't know what to do
She's
got everything, nothing to lose
Yeah
เธอไม่รู้ว่าควรต้องทำอย่างไร
เธอมีทุกอย่าง
ทุกอย่างที่เธอเสียไปไม่ได้
Yeah
you've got time to figure it out
I'm
here so don't be scared
You've
got time to figure it out
I'm
here and I am here
เธอมีเวลาที่จะใคร่ครวญหาคำตอบ
ฉันอยู่ตรงนี้
ฉะนั้นไม่ต้องกลัวนะ
เธอมีเวลาที่จะคิดหาคำตอบ
You've
got time to figure it out
I'm
here so don't be scared
You've
got time to figure it out
I'm
here so don't be scared
เธอมีเวลาที่จะใคร่ครวญหาคำตอบ
ฉันอยู่ตรงนี้
ดังนั้นอย่ากลัวไปเลย
เธอมีเวลามากพอที่จะใคร่ครวญถึงมัน
ฉันอยู่ตรงนี้
อย่ากลัวไปเลยนะ
Ruby,
Ruby, Ruby
And
I said Ruby, Ruby, Ruby
And
I said Ruby, Ruby, Ruby
And
I said Ruby, Ruby, Ruby
All
alone, rest your head on my lap when you're down
All
alone, rest your head on my lap, on my lap
Ruby
don't cry
ซบลงที่ตักฉันเมื่อเธอล้มลง
ซบลงมาที่ตักฉัน
บนตักฉัน
ที่รัก
อย่าร้องไห้ไปเลย
ส่วนตัวเราว่าเพลงนี้แปลได้ตามประสบการณ์คนฟังเลยนะ
ก็เลยให้ความหมายกลางๆไว้ตามที่แปลข้างบนนั่นแหละจ้ะ
เนื้อเพลงบางท่อนอาจจะไม่ได้ร้องตรงช่วงกับในเพลง คือคำมันมีเหมือนกัน
แค่สลับตำแหน่งกันนิดหน่อย เพราะเราดึงเนื้อเพลงมาจากเว็บเนื้อเพลงภาษาอังกฤษแล้วมันให้มาแบบนี้งะ
55555 แต่เอาเป็นว่า
ถ้าแปลอิงตามวงคนร้องแล้วเพลงนี้คือเพลงของเพื่อนๆที่ร้องให้หญิงสาวคนนึงที่ชื่อRuby หรือทับทิม แต่ก็นะ อยากแปความหมายกลางๆให้ใครดึงไปใช้แล้วก็อินอ่ะ เลยเปลี่ยนจากทับทิมเป็นที่รัก
เพราะทับทิมเป็นของมีค่า ก็เลยยกยอดไปอยู่ในโหมดคำเรียกคนรัก
แล้วทีนี้เหมือนแม่หญิงคนนี้เป็นโรคเครียดน่ะค่ะ อารมณ์เหมือนพวกโรคซึมเศร้า
ก็เลยจะเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง นอนเตียงตลอด (เป็นที่มาที่เพลงนี้บอกว่าลุกออกมาจากเตียงได้แล้ว!) เพลงนี้เหมือนร้องให้กำลังใจรูบี้ค่ะ ว่า ถึงเธอจะทรมาน(เพราะความเครียด
หรือความคิดของตัวเอง)มากแค่ไหน แต่ก็ไม่ต้องกลัวนะ ฉันยังอยู่กับเธอตรงนี้
สับ-ศัพท์ (ชำแหละมันออกมา
ทำไมแกแปลออกมาแบบนี้!)
-
and there she goes
เป็นสำนวนที่แปลได้หลายหลากมากขึ้นอยู่กับบริบท
“แล้วเธอก็ไป” “เอานี่ไปสิ” “นั่นสำหรับหล่อน” บลาๆๆ
แต่ในบริบทนี้เป้นคำอุทานชี้ชวนให้ดูว่า ดูนั่นซิ เพื่อนเราทำแบบนั้นอีกแล้ว (ถ้าจากความหมายของคนแต่งเขาก็หมายถึงเพื่อนเป็นโรคซึมเศร้า
อาหารกำเริบอีกแล้นน)
everything goes under her bed
ในเนื้อเพลงบอกว่า “เธอพยายามจะเปลี่ยนแปลง
แต่ทุกอย่างก็ไปอยู่ใต้เตียงของเธอ” การที่เราเก็บอะไรไว้ใต้เตียง
โดยส่วนใหญ่มักอยู่ในลักษณะสุมๆไว้ อะไรที่ยังไม่ทำ ทำไม่เสร็จ หรือดูไม่ดี
ไม่มีที่เก็บ หรือแม้กระทั่งกวาดบ้านแล้วขี้เกียจโกย
เราก็มักจะไสมันไปอยู่ใต้เตียง (เฮ้! แต่เราโกยนะ -..-)
ซึ่งการกระทำลักษณะดังกล่าวก็เท่ากับว่า
มันยังมีปัญหาหลงเหลืออยู่และเราก็แค่ซ่อนมันไว้เท่านั้น
-
start lifting your head up
ยกหัวเธอขึ้น หรือเงยหน้าขึ้น : คนก้มหน้าคือคนที่ท้อแท้ เครียด เศร้าใจ ร้องไห้
การให้เงยหน้าขึ้นก็เหมือนกับให้เลิกเศร้า
เลิกจมอยู่กับความรู้สึกแย่ๆและเริ่มมองดูอะไรรอบๆตัวบ้างเถอะ
-
you gotta get outta bed
ออกมาจากเตียงได้แล้ว : มักโดนผู้ปกครองที่บ้านจิกขึ้นมาด้วยคำนี้อยู่เสมอในช่วงฤดูหนาว 55555
เตียงคือสัญลักษณ์ของการพักผ่อน ความสบาย ความอ่อนนุ่ม ปลอดภัยไร้กังวล
แต่ในขณะเดียวกันก็มีลักษณะของความฝัน
คนที่เอาแต่นอนฝันไปเรื่อยๆไม่ยอมทำอะไรเพื่อหนีจากโลกความเป็นจริง รูบี้ก็เป็นอย่างนั้นค่ะ
เพื่อนก็เลยบอกว่า ลุกขึ้นมาเดินมั่ง เดี๋ยวจะเป็นแผลกดทับ 5555 ล้อเล่นค่ะ
ให้ออกมาจากจุดเซฟโซนของตัวเองได้แล้ว มาเดิน มายืนบนโลกความเป็นจริง
เพราะอยู่บนเตียงนานไปก็จะมีแต่ยิ่งอ่อนแอลงทั้งร่างกายและจิตใจ
-
fistful of tears held back by the strength of five
fistful แปลว่าเต็มฝ่ามือ
หรือกำมือหนึ่ง มารวมกับtears เลยกลายเป็นน้ำตานองเต็มฝ่ามือ
บางคนร้องไห้แล้วเอามือปิดหน้าไงคะ ก็เลยน้ำตานอง แต่น้ำตานั้นก็ถูกเก็บเอาไว้ (hold
back) อยู่ภายในความแข็งแกร่งทั้ง5 ซึ่งก็คือฝ่ามือของเธอนั่นเอง
-
I've given up the ability to retreat
Give up หรือยอมแพ้
หลายๆคนคงจะเคยได้ยินกันอยู่บ่อยๆ แต่ว่า ability to retreat
หรือความสามารถที่จะถอย ถ้าถามว่าคืออะไร? เราแปลตามความเข้าใจของเราว่า "ปล่อยวาง" ค่ะ
เพราะการปล่อยวางคือคุณสามารถที่จะปล่อยมันไปได้โดยไม่คิดอะไร
มารวมทั้งประโยคก็เลยเท่ากับว่า รูบี้ของเรารู้และเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร
แต่นางปล่อยวางไม่ได้นั่นเอง
-
All alone
แปลว่าเพียงลำพัง คนเดียว
เดียวดาย คือถ้าฟังเป็นเพลงแล้วมันเข้าใจเลยค่ะ แต่ให้แปลเป็นไทยนี่ยากจุง
คือมันคนละภาษากันน่ะนะคะ จะแปลตรงหมดทุกตัวมันก็จะแปร่งๆ เราเลยละเอาไว้
ในความหมายของเรามันก็ไม่ต่างจากที่คนแต่งเขาต้องการสื่อนะคะ
เพลงนี้บอกเล่าเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความทุกข์รุมเร้า
แม้ว่าเพื่อนจะแนะนำเธอหลายๆอย่างแต่เธอก็ตัดสินใจอะไรไม่ได้และกังวลอยู่อย่างนั้น
โหลเงินเก็บหมายถึง ความตั้งใจที่จะหนีออกไปจากปัญหาและสิ่งแวดล้อมเดิมๆ
แต่ก็ยังไม่ได้ไป(เงินเต็มแล้ว เธอเห็น เธอเศร้า แต่เธอยังไม่ได้ใช้มัน)
และคนรอบๆตัว(ลูกชายเธอ) ก็เริ่มที่จะซึมซับเอาสิ่งที่แม่เป็นเข้าไป เธอเศร้ามากๆ
แต่ก็แสดงออกไม่ได้มาก เธอพอจะเข้าใจปัญหา แต่เธอปล่อยไปไม่ได้
เพราะทุกอย่างที่เธอมีล้วนสำคัญกับเธอไปซะทั้งหมด
พอเธอตัดสินใจไม่ได้เพื่อนเธอก็เลยบอกให้ลองเงยหน้าออกมาจากปัญหาของตัวเอง
ออกจากจุดเซฟโซน แล้วกลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง แต่นางป่วยเรื้อรังอ่ะค่ะ
เลยยังดูไม่ค่อยไหวเท่าไหร่ในตอนนี้ เพื่อนก็แสนดี บอกว่า จะไม่ทิ้งกันนะจ้ะจุ๊ยๆ (55555
แปลไปแปลมาทำไมเริ่มเกรียน?) แต่การซึมเซร้าแล้วคิดทุกๆอย่างพร้อมกันแบบนี้ไม่ดีนะคะ
เพราะมันจะทำให้เราเครียดกว่าเดิม รู้สึกท้อแท้ อ่อนแอ สู้ต่อไม่ไหว
ตรงนั้นก็เจ็บตรงนี้ก็เจ็บ เหมือนไปยืนอยู่กลางคนตีกัน จะหลบไปไหนก็เจ็บทุกทาง
เพราะฉะนั้นค่อยๆคิดแก้ไขปัญหาไปทีละเปลาะ เป็นเรื่องๆไป
เราทำทุกอย่างไปพร้อมๆกันไม่ได้หรอนะคะ^^ และที่สำคัญก็คือแม้เราจะพยายามทุกอย่างเพื่อให้เราอะไรมา
หรือเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่เมื่อวันนึงเราต้องเสียอะไรสักอย่างไปเพื่อรักษาส่วนที่เหลือ
เราก็ต้องเลือกและต้องยอมตัดใจนะคะ ต้องยอมปล่อยอะไรไปบ้าง...
ส่วนตัวเราชอบอารมณ์และโทนของเพลงนี้มาก
หวังว่าทุกคนจะชื่นชอบเช่นกันนะคะ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น